[FIC] Chaos Curse - อลหม่าน : Chapter 1

posted on 23 Apr 2013 15:33 by camillabatch in SHERLOCK-FIC

Chapter 1. 

 

 “เอเลบอร์ยินดีต้อนรับครับผม” เสียงแจ่มใสของบริกรดังขึ้นทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ฮื่อ! ไม่เลวนะ ดูเป็นร้านที่น่านั่งทีเดียว ดูเหมือนว่าพวกเขาตกแต่งสไตล์บ้านฮอบบิท แล้วก็มีกลิ่นอายของความดิบแบบมังกรๆ บนอยู่ด้วย เอาเหอะ ก็ดูเงียบดี เหมาะมากที่จะมานั่งคิดอะไรคนเดียว   บริกรวางเมนูปกหนังลงบนโต๊ะก่อนจะยืนรอรับออเดอร์ด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม ฉันว่าบริกรร้านนี้เขาน่ารักดีนะ  

 

“ขออนุญาตแนะนำเมนูนะครับ ช่วงนี้มีสเต็กแกะกับซอสมังกรไฟเป็นเมนูประจำอาทิตย์นี้ คุณผู้หญิงสนใจไหมครับ? โปรโมชั่นพิเศษช่วงวาเลนไทน์เท่านั้นนะครับ” โอ้ว เขายิ้มกว้างเชียวล่ะ ฉันหันไปพยักหน้าสั่งจานที่เขาแนะนำก่อนจะคืนเมนูให้ไป ยังไม่ทันที่เขาจะได้จดรายการก็มีมือใหญ่ๆ คว้าหมับลงที่ไหล่ของเขา อีกคนที่มาทีหลังเป็นผู้ชายตัวสูงผมยาว มีหนวดเคราด้วย เขาอยู่ในชุดคล้ายๆ บริกรแต่ไม่มีหูกระต่าย ดูมีอำนาจทีเดียว

 

“ทำกิริยาให้มันเรียบร้อยหน่อยคิลี อย่ารบกวนลูกค้า”

 

“โธ่ลุงครับ ผมไม่ได้..”

 

“เอาเถอะ จดรายการเรียบร้อยแล้วก็ไปวางในครัวซะ ขอโทษด้วยถ้าหลานผมรบกวนนะครับมิส”  ฉันพยักหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร ก่อนจะเอามือถือออกมานั่งดูรออาหาร  ในประวัติการโทรมีแต่เบอร์จอห์น เป็นสายของฉันที่โทรออกไปทั้งนั้น ไม่มีอะไรจากเขาเข้ามาเลย ไม่ว่าจะเป็นข้อความ บล็อก ไลน์ ที่เคยส่งไปก็มีแจ้งเตือนว่าอ่านแล้ว แต่ไม่มีอะไรกลับมา สติ๊กเกอร์ซักอันยังไม่ส่งเลย!  ฉันพยายามคิดในแง่ดีทุกวัน ว่าจอห์นคงเหนื่อยจากงาน หรือไม่ก็ช่วยคุณโฮล์มส์ในงานของเขา แต่อีกใจก็อดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่าเพราะฉันเองหรือเปล่าที่ไม่ดี วาเลนไทน์ที่เขาไม่มาตามนัดน่ะ ฉันไม่ติดใจอะไรเท่าการที่เขาหลบหน้าเลยจริงๆ  มันอาจจะถึงเวลาที่ฉันต้องทำใจถ้าความสัมพันธ์นี้มันต้องยุติลงก็ได้นะ

 

“รายการที่สั่งได้แล้วครับ” บริกรคนเดิมวางจานสเต็กหอมฉุยลงตรงหน้าฉัน พร้อมกับน้ำแร่พะยี่ห้อเมิร์กวู้ดตัวเท่าหม้อแกง และถ้วยซอสสีแดงส้มที่ดูท่าทางจะรสจัดจ้านมาก จริงๆ ถ้ามีอินสตาแกรมอัพให้ดูได้นี่ถ่ายลงละนะ ดูจะมีพริกโรยไว้ด้วย “ซอสนี่เผ็ดมากใหมคะ แหะๆ” ฉันถามแบบเก้อๆ เพราะถ้าเผ็ดเกินไปฉันคงแย่แน่

 

“ไม่หรอกครับ ซอสนี่ได้แรงบันดาลใจจากสม็อกน่ะครับ มังกรในนิยายนี่แหละ ไม่ต้องกังวลฮะ สม็อกเป็นมังกรที่น่ากลัวแต่นิสัยติงต๊องยังไง เมนูนี้ก็ไม่อันตรายอย่างนั้นครับ” เขาพูดก่อนจะเดินไปรับออเดอร์จากลูกค้าคนอื่น  

 

เออ เก๋ดีว่ะ..  ฉันคิดก่อนจะเริ่มลงมือทานมื้อดึกในวันนี้  แต่ทานได้ไม่กี่คำกลับต้องงงเพราะจู่ๆ ก็มีแชมเปญแก้วนึงวางตรงหน้า และคุณธอรินเจ้าของร้านเป็นคนนำมาเสิร์ฟ

 

“ฉันไม่ได้สั่งนะคะ” ยังไม่ทันจะได้หุบปาก เขาก็อธิบายว่า

 

“คุณโต๊ะนั้นสั่งมาให้ครับ” เขาหันไปทางอีกฟากร้านแล้วเดินหายไปในครัว และฉันก็ได้เจอกับผู้ชายตัวผอมสูงแววตาพราวๆ ผมยาวดำหวีไปข้างหลัง คอสตูมเนี้ยบระดับสิบ ดูไม่มีที่ติเหมือนไม่มีอยู่จริง แต่ขอโทษนะยะนี่มันจะห้าทุ่ม สูทยาวกับไม้เท้าหรูสีทองน่ะ พกมาทำไมคะ หืออออ?   ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าเริ่มไม่โอเคละ พอละสายตามาตรงหน้าก็แทบสำลักน้ำแร่

 

เฟ็ดดดดดดเฟ่! มาตั้งแต่เมื่อไหร่!!! เขามานั่งยิ้มยิงฟันอยู่ข้างหน้าฉันแล้ว!

 

อกอีเกรซจะแตก ไม่ได้การละ ฉันควานหาไม้กายสิทธิ์ในกระเป๋าถือแล้วกำไว้ ทำอะไรแผลงๆอีกทีเดียวแม่จะเสกให้กลายเป็นด้วงแล้วเหยียบให้จมเลยคอยดู!

 

“ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังจะปฏิเสธและออกไปจากตรงนี้ แต่ขอบอกว่าเจ้าทำไม่ได้หรอก” เขาพูดด้วยสำเนียงเหมือนท่องบทของเชคสเปียร์มา แววตาอ่อนลงแต่ยังน่ากลัว ฉันหันซ้ายหันขวาแล้วดูจะไม่มีใครสนใจอาการคุกคามของเขาแม้แต่น้อย คิลี! คุณคิลีสุดหล่อพ่อรวย  ที่ชั้นอวยเนี่ยมาช่วยชั้นทีเซ่!! ฮึ่ย อุตส่าห์ทำท่าลุกลี้ลุกลน ไม่มีใครสนใจเลย อีตานี่ก็ยังคงนั่งเดาะไม้เท้าอยู่ตรงข้าม เอาวะ เป็นไงเป็นกัน


“คุณต้องการอะไร” ฉันถามลอดไรฟัน ตอบดีๆ ไม่มีเหตุผลแม่จะเหนี่ยวให้!

 

“ข้าชื่อโลกิ ราชาแห่งแอสการ์ด และข้าต้องการแค่เพื่อนนั่งกินอาหาร ซึ่งก็คือเจ้า เพราะเจ้ามาคนเดียว”

 

“ขอโทษนะคะ พูดภาษาคนปกติได้ไหมคะ?” มาข้าๆเจ้าๆ นี่หลุดจากโรงบาลใหนเนี่ย? เหมือนคนบ้าหลุดแล้วไปปล้นร้านสูท  Spencer Hart ออกมามากอ่ะบอกตรงๆ

 

“ข้าพูดกับเจ้าดีๆ นะมิดการ์เดียน อย่าให้ข้าถึงกับต้องเอากองทัพมารังควานเจ้าที่ไม่ทำตามคำสั่งทีเดียวนะ”

 

อื้มม ไม่จบ ไม่จบ… อ้างกองทัพอีก เฮ้อ ไม่รู้จะคุยด้วยอีกทำไมละ

 

ฉันตัดสินใจลุกขึ้นยืนแล้วรีบก้าวไปที่แคชเชียร์ แต่ยังไม่ทันจะได้ออกเดิน เขาก็พูดจี้ใจดำออกมาดังๆ

 

“เจ้ากำลังสับสน ข้าก็แค่อยากช่วย ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังต้องการทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ตัวเองได้หลุดจากความขัดข้องใจ เจ้ากำลังหาทางระบาย” ฉันหันขวับ “อู้วว เจ้าก็มีหัวใจนี่นะ..มีความรักเหรอ? ใช่สินะ มันต้องเป็นความรักแน่ๆ ไม่มีอะไรจะกวนใจคนได้เท่านี้”  

 

“คุณ! นี่คุณกำลังละลาบละล้วงเรื่องของคนอื่น คุณต้องการอะไรกันแน่! บอกมา ไม่อย่างนั้นฉันจัดการคุณแน่!ฉันดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาจ่อไปที่โลกิ ถึงรู้ว่ามันอาจจะไม่ช่วยอะไรก็เถอะ เขาแสร้งทำหน้าประหลาดใจ “นี่แม่มดเหรอเนี่ย? กลัวจริงๆ เหอะ!” “ฉันจะให้โอกาสคุณอีกครั้งเดียว บอกมาว่าคุณต้องการอะไรจากฉัน หรือไม่ก็ออกไป หรือไม่อีกที ฉันจะฆ่าคุณแน่ๆ”

 

“ตอนแรกข้าก็ต้องการแค่เพื่อนนั่งกินมื้อดึก แต่เจ้าช่างไม่สุภาพ แถมไม่รู้ที่ต่ำที่สูง ข้าถึงเป็นราชาแห่งแอสการ์ด แต่เจ้ากลับแสดงท่าทีแบบนี้ แต่ก็ดีว่าข้าเห็นใจนะ” เขาเลิกคิ้วก่อนจะเอ่ยปากพูดต่อ “ข้าเห็นเจ้าดูมีปัญหา ก็แค่อยากช่วย ว่ากันตรงๆ จิตใจของเจ้ากำลังวุ่นวาย และสิ่งที่ข้าชื่นชอบคือความวุ่นวาย เหมือนเป็นอาหารเลี้ยงจิตใจข้าละ ข้าเลยคิดว่าถ้าข้าได้สัมผัสความวุ่นวายในใจของเจ้าเอง มันก็จะหายไปจากใจเจ้า เพราะข้าจะจัดการมันเอง มันจะถูกกำจัดด้วยความช่วยเหลือแห่งข้า เทพเจ้าแห่งความวุ่นวาย นั่นไม่ดีเหรอ?” เขายิ้มพรายปิดการขาย เอ้ย หลังพูดจบ น่าแปลกที่คำพูดนี้ช่างมีอิทธิพลกับฉันอย่างประหลาด เหมือนได้กลับไปเป็นเด็กตัวเล็กๆ มีคนอาสาจะช่วยแบ่งเบาเรื่องยุ่งๆ มีคนพาเดินไปใหนมาใหน นั่นทำให้ฉันเห็นด้วยและต้องเงียบอย่างไม่มีข้อแม้

 

“เจ้ายอมฟังข้าซักทีสินะ” โลกิพูดด้วยแววตามีประกาย “เอาล่ะมนุษย์ ความรักทำให้เจ้าร้อนใจยังไงกัน ข้าเดาความคิดคนออกเสมอล่ะนะ คนมันเพอร์เฟ็คทำไงได้” ฉันรู้สึกตงิดจะเอาซอสกรอกปากอีตานี่กับคำหลังนี่แหละ “แค่..แค่โดนให้ความหวังน่ะ” ฉันพูดอุบอิบ “อ้อ..ความไม่ชัดเจนนี่เองที่ทำให้เจ้าเกิดรู้สึกวุ่นวาย ถ้าอย่างนั้นทำไมเจ้าไม่พูดตรงๆ”

 

“คือก็อยากหรอกนะ แต่ฉันไม่มีโอกาสได้เจอเขาน่ะ” เฮ้อ..กระดากปากยังไงไม่รู้ที่ต้องเล่าให้คนแปลกหน้าฟัง

 

“ถ้าแบบนี้ วิธีที่เห็นผลเร็วที่สุด คือให้บทเรียนเขา ให้เห็นผลของความไม่ชัดเจนที่เขาทำต่อเจ้าว่ามันร้ายแรงเพียงใด”

 

“แล้วจะทำได้ยังไง ฉันไม่มีวันให้เขาต้องมาเป็นแบบฉันหรอก!”

 

“นี่ โรคร้ายมันยังต้องรักษา ไม่ว่าจะเจ็บแค่ใหนก็ต้องทำ ถ้ามัวนิ่งอยู่เมื่อไรเจ้าจะคลี่คลายมันได้!” โลกิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ฉันเสไปมองทีวีบนผนังที่กำลังฉายสปอตโฆษณาเรื่องคู่กรรมซับอังกฤษอยู่ “เหมือนชายหญิงคู่นั้นยังไง จุดจบของการไม่คิดจะคลี่คลายปมในชีวิต เมื่อปล่อยไว้มันก็ร้ายแรงแบบนั้น”

 

ไม่นะ โกโบริ โกโบริอยู่ที่ใหน!!!…เสียงนางเอกสะอึกสะอื้นดังออกมาให้ได้ยิน

 

บรรยากาศที่โต๊ะเริ่มดราม่าขึ้นเรื่อยๆ

 

“เจ้าอยากมาเรียกร้องสิ่งที่ผ่านไปแล้วแบบนั้นหรือ? เชื่อข้า ให้บทเรียนเขา ทำให้เขาได้รู้ว่าถ้าเขาเป็นแบบเจ้าบ้าง ถ้าเขากลายเป็นคนอีกคนหนึ่งที่ไม่เคยได้อยู่ในความคิดและหัวใจของใครจริงๆ มันจะเป็นเช่นไร” แววตาเขาหนักแน่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรื่นเริงและหัวเราะอะฮิฮิฮิปากกว้าง   “ดูเจ้าสิ อึ้งเชียว เอาละ ข้า..”

 

ยังไม่ทันที่โลกิจะพูดจบก็มีสายฟ้าผ่าลงตรงหน้าร้านทำเอาต้นไม้ริมฟุตบาทไหวสนั่น สีหน้าโลกิเปลี่ยนเป็นตกตะลึง และรีบพูดรวบรัดตัดบท “ข้ามีปัญหากับเรื่องลมฟ้าอากาศนิดหน่อย เอาเป็นว่าถ้าเจ้าอยากให้มีช่วงเทพแอสการ์ดพบประชาชนเมื่อไรก็มองหาข้าได้เสมอ ไปล่ะ”

 

แล้วเขาก็ค่อยๆเลือนหายไปในแสงสีเขียวอมทอง ทิ้งให้ฉันนั่งอยู่ที่โต๊ะนั้นคนเดียว.

 

tbc.

Comment

Comment:

Tweet

@kakeru382 
ดีค่ะน้องภีมมม
ยังเบลอๆ อยู่เลยว่าจะให้เกรซไปต่อยังไง
แต่ยังไงพี่ก็ต้องคิดให้ออก ฮึสส

#2 By Batchboy's Lady on 2013-05-28 23:59

ฮิ้วๆ ตามมาไซโคที่บล็อกพี่มีมี่ >< 55555

#1 By PeEm_KaKeRu on 2013-04-23 21:06