[cumber/rickman fandom] Troublemaker : Chapter 3

posted on 30 Sep 2013 02:33 by camillabatch

[@Home with Vanessa]

 

"มิ..."

 

"ไอ้มิ..."

 

"เฮ้ยยยยย!!!" ฉันตัดสินใจตะโกนกรอกหูไอ้เพื่อนปลวกที่นั่งหัวฟูมือกำพวงมาลัยรถค้าง

ตาเหม่อลอยสุดขีด มันขับรถมาจอดหน้าประตูบ้านได้ซักพักแล้ว เอ่อ... ไหวนะ?

 

"ฮื่อ! อะไร?" ได้ผล สะดุ้งตัวลอยมาเลย "ถึงบ้านแล้วเว้ย ไปๆ อาบน้ำนอน"

ฉันเองซะอีก ที่ลากไอ้ปลวกลงมาจากรถแล้วดึงขึ้นบันไดไปที่ห้องมันเอง

 

บรรดาคนรับใช้ในบ้านพากันมองสภาพเราสองคนแบบงงๆ

มิลานตาไม่กะพริบ ผมสั้นชี้โด่เด่เหมือนสิงโต เดินขาสั่น ส่วนฉันก็แย่พอกัน

รู้สึกเหมือนมีอะไรไหลวนปรี๊ดปร๊าดอยู่ในเส้นเลือด และผวาทุกครั้งที่เดินผ่านประตูบานใดก็ตามในบ้าน

 

เมื่อถึงห้อง เราก็แยกย้ายกันเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำอุ่นๆ ล้างเรื่องน่ากลัวออกจากหัว เปิดเพลงดังลั่นห้อง(กันผี) เปิดไฟสว่างโร่ไปจนนอกระเบียง เปิดทุกอย่างที่มีเสียง ทีวี คอม ฯลฯ อะไรก็ได้

และก็มานั่งซุกอยุ่ในผ้านวมคนละผืนหน้าเตียงนอนใหญ่ยักษ์

ขนไม้เบสบอล นวมต่อยมวยมาวางข้างๆ ตัว เอาสิ สองรุมหนึ่ง

นังผีฮิคกี้ แกทำร้ายสาวฮอตอย่างพวกชั้น แกตายรอบสองแน่!

 

ณ ตอนนี้ ..ตีสามห้าสิบสอง ไอ้มิหลับเค้เก้ลงไปบนพรมทั้งที่ยังมีหูฟังครอบหัวอยู่

ฉันเริ่มหายกลัวแล้ว แต่มือก็ยังกำไม้เบสบอลอยู่ (กันไว้ก่อน) แล้วก็นึกย้อนไปถึงเสี้ยววินาทีนรกแตกนั้น

 

"เนส วิ่ง!!!" ไม่ต้องรอให้เสียงจบ ฉันก็ออกวิ่งเต็มที่ หันหลังไปมองแวบนึงก็เห็นมิลานล้มอยู่ริมประตู

ฮื๊ยยย แก!! รีบลุกเร็วเร๊วววว!!!

 

ฉันวิ่งไปเรื่อยโดยที่ไม่รู้ว่าต้องไปใหน โรงเรียนก็โล่งๆ แล้วจะหลบตรงใหนอ๊า T^T

 

"โบสถ์ ใช่แล้ว...โบสถ์ของโรงเรียน! "

ฉันออกวิ่งไปตามถนนปูด้วยอิฐจนถึงประตูไม้บานใหญ่ของโบสถ์ประจำโรงเรียน

วิ่งผ่านทางเดินที่เต็มไปด้วยรูปปั้นและหวังในใจว่าผีตัวนั้นคงไม่ตามมา

 

"เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!"

แต่มีรถคาดิลแล็คสีดำคันนึงขับมาขวางทางฉันก่อน ทำให้ฉันเกือบจะโดนรถเฉี่ยวไปได้ถ้าเกิดไม่หลบให้ทันก่อนนี้ ก่อนคนขับจะเปิดประตูรถลงมาดู ...อาจารย์อลัน?

 

"ทำอะไรของเธอ!" ถึงตอนนี้อาจารย์จะอารมณ์เหวี่ยงขนาดใหนก็ไม่มีผลกับฉัน ฉันพยายามวิ่งผ่านหน้ารถไปที่ประตูโบสถ์ แต่ก็โดนดึงคอเสื้อเอาไว้

 

"เล่นบ้าอะไรคุณเฮนลีย์! วิ่งหนีอะไรมา? ถ้าผมชนคุณจะเป็นยังไง!!!" ฉันก็ตายซะดีกว่าเจอผีล่ะน่า!

 

"อาจารย์ปล่อย! ปล่อยเหอะน่า!" ฉันพยายามสะบัดมือให้หลุดจากแขนของอาจารย์

"เป็นอะไร?!" อาจารย์รีบตะครุบฉันเอาไว้และพูดด้วยเสียงดังเหมือนจะเรียกสติ

 

"อาคารอำนวยการมีผี T^T ฮือๆ ตะกี้เนสเห็น" ฉันพูดหมดเปลือกได้แค่นี้จริงๆ กำลังจะหมดแรงแล้ว

"มันไม่มี!! ถ้ามีครูเจอไปแล้วเข้าใจไหม?"

"ก็ใครจะไปรู้เล๊า มันต้องออกมาโชว์หรือไงว่าเฮ้ย ชั้นอยู่นี่ ทุกคนนนนน เห็นชั้น มันไม่ใช่!!"

 

ฉันเถียงคอเป็นเอ็น ตอนนี้ถ้าอาจารย์ขืนช้าแล้วมันตามมาก็ตายทั้งคู่น่ะ

 

"ไปกันใหญ่แล้ว ครูจะพาเธอไปส่งบ้าน มานี่!" พูดจบอลันก็คว้ามือฉันขึ้นไปนั่งบนรถ ก่อนจะรีบขับออกไปจากหน้าโบสถ์นั้น

 

"อาจารย์ไม่ต้องไปส่งค่ะ เนสต้องรอเพื่อน" "นี่พวกเธอมาทำอะไรกันกลางค่ำกลางคืนฮะ?"

"เนสให้มิลานมารับ" "ตอนนี้มิลานอยู่ใหน?"

 

"ไม่รู้ค่ะ เห็นวิ่งไปอีกทาง" พูดจบเสียงโทรศัพท์ก็ดัง ดีใจที่มึงยังไม่ตายว่ะมิ TT

 

"เนส อยู่ใหนวะ?" "กู...กำลังจะถึงหน้าประตู" "เออ เจอกันๆ"

 

 

เราลงจากรถไปรอมิลานที่กำลังมาพร้อมอาจารย์เบน แต่ระหว่างนั้นก็รู้สึกมีผ้าอะไรคลุมลงมาที่คอ

 

ผ้าพันคออาจารย์ ? ฉันมองคนอีกคนที่พันผ้าพันคอให้รอบคออย่างใจเย็น

"ใจเย็นๆ" เขาพูดแค่นี้แล้วมองคนสองคนที่กำลังเดินเข้ามาหา

 

"ไว้จะซักมาคืนนะคะ" ฉันพูดโดยไม่มองหน้า แล้วก้มหัวเบาๆ

แล้วก็โดนมือใหญ่ๆ ของอาจารย์โปะลงมายีผมเบาๆ แต่แค่นั้นก็ทำให้ฉันรู้สึกร้อนหน้าได้เหมือนกัน.

 

(40%)

 

วันนั้นทั้งวัน เราขอให้ป้าแม่บ้านช่วยโทรไปลาโรงเรียนให้ เหตุผล ... อ่า ป่วยกระทันหัน

แล้วก็ไม่ทำอะไรอย่างอื่นกันเลย นอกจากนอนเล่นกันเรื่อยเปื่อย คิดนู่นคิดนี่

 

ไอ้มิเอาเสื้อคลุมของจารย์เกรียนเนดิกท์ลงไปซัก ฉันก็ยังนอนฟัง Dear you ต่อไป

โดยไม่รู้ตัวว่ามือตัวเองกำลังลูบเนื้อผ้านุ่มนิ่มของผ้าพันคอสีดำอย่างลอยๆ จนกระทั่งเพลงหยุด

ถึงไ้ด้รู้ตัวว่าปลายนิ้วเสียดสีกับผ้าจนอุ่นแล้ว และตะวันกำลังจะตกดิน

ไม่ไหวๆ อยู่แบบนี้ต่อไปได้เดินน้ำลายยืดแน่

 

"ไอ้เม๊~" ฉันตะโกนเรียกเพื่อนจากบันได

"ไรวะ?" รอซักพักมันก็วิ่งมาเงยหน้าคุยด้วย

 

"ไปหาไรกินกันป่ะ หน้าปากซอยๆ"

"เออเอา เดินเล่นบ้างก็ดี" มันพูดแล้วใส่รองเท้าออกไปรอข้างนอกสวน วันนี้อากาศก็ไม่เย็นนะ แต่ฉันคว้าคาร์ดิแกนมาใส่ซะงั้น มันสังหรณ์วูบๆ ไงไม่รู้

 

@[Shopping mall with Milan]

 

ขยายความก่อนนะ ไอ้คำว่าหน้าปากซอยของพวกเราคือห้างใหญ่ๆ กลางเมืองแบบนี้แหละ

เริดอลังการ แล้ว ถ้าคุณคิดว่าเรากำลังมาซื้อกะหล่ำปลี ผักกาด แครอท ปลากระป๋องไปทำอาหาร

ตามประสากุลสตรีศรีลอนดอน คุณคิดผิดแล้ว xD ไอ้ซื้ออ่ะซื้อนะ แต่เจตนาจริงๆ คือมาเดินเล่นดูของสวยๆ กันซะมากกว่า แล้วตอนนี้ในบรรดาถุงที่เราหิ้วกันมา มีถุงใส่อาหารแค่ประมาณ 4 ถุงเอง

(ตุนไว้กินเวลาเล่นคอมดึกๆ 555+) และเนื่องจากว่าพ่อกับแม่ฉันไม่อยู่บ้าน ไอ้เนสก็ค้างด้วย 2-3 คืน ก็เลยมีแต่ขนมกับน้ำแร่เต็มไปหมด อีวงอีเวียงไม่รู้ ตอนหยิบไม่ได้นับ ตอนนับไม่ได้หยิบ ฮ่าๆ

 

"มึงงง ผ้าใบคู่นั้นเลิศ รอแป๊ปๆ" ยังไม่ทันที่ฉันจะได้พุ่งหน้าไปหาตู้กระจกโชว์รองเท้า

วาเนสก็กระตุกคอเสื้อเอาไว้ก่อน แอ่ก หายใจไม่ออก!

 

"มึงซื้อไปถมที่หรือซื้อไปกิน หลายสิบแล้วของมึงอ่ะ" เออเนาะ แต่มันสวย TwT น่าใส่เต้นง่ะ

"เอาๆ เอาของไปไว้ที่รถก่อนไป" ฉันพูดแล้วยื่นกุญแจรถให้เนส (ที่ยังมีมือว่าง) กดเปิดรถ

และระหว่างที่ฉันกำลังยืนส่งของให้เนสเอาเข้าไปใส่หลังที่นั่ง ก็มีรถคันนึงแล่นสวนมากลางลานจอดรถอย่างช้าๆ ฉันก้าวหลบให้รถผ่านไป ก็...ปกติคนเราต้องมองใช่ไหมล่ะ แต่วันนี้ไม่น่ามองสุดๆ

 

รถจากัวร์เปิดประทุนสีเงิน ทะเบียน BTC 1976 ขับผ่านหน้าฉันช้าๆ

(เข้าใจว่าเพราะรถมันจอดเบียดกันน่ะ) ฉันก็ไม่ได้มองอะไร แต่พอเงยหน้าเท่านั้นแหละ

 

... เจอกันอีกแล้วนะอาจารย์ - -* ข้างหลังเบาะนั่งสองคนแบบสปอร์ตมีถุงกระดาษสองสามใบวางอยู่ คงมาจากร้านหนังสือในห้างที่ฉันเพิ่งเข้าไปจองซีรีส์เชอร์ล็อคโฮลมส์เอาไว้ตอนมาถึงใหม่ๆ

แต่ที่ทำให้ฉันตกใจเบาๆ คือ ตรงคอนโซลหน้า ข้างๆ พวงมาลัยของอาจารย์มีดอกคามิลเลียสีขาวที่เริ่มเหี่ยวน้อยๆ วางอยู่ใกล้มือ แล้วคนขับก็ชำเลืองมองฉันแวบหนึ่งก่อนจะเร่งผ่านไปด้วยสิ

 

เห็นแล้วสินะ?

 

"จารย์เบนนี่?" เนสที่ปิดประตูหลังรถแล้วพูดขึ้นมาลอยๆ

"เออ... ไป ไปกันเหอะ =_="

ยิ่งกว่าเจอผีและอะไรใดๆ โดยเฉพาะคามิลเลียดอกนั้น กับสายตาที่เหลือบมองมา

 

มันติดตาฉันได้อีก... เวลานี้ฉันนึกอยากให้ผีน้องฮิขับรถคันนั้นแทนนะ เหอะๆ

 

 

 

[Hi ladies, You're with Benedict.]

 

วันนี้ทั้งวัน ผมก็สอนไปตามปกติ มีเด็กขาดเรียนสองคน

มิลานกับวาเนสซ่า ... ผมเข้าใจ ป่านนี้จะหายเพลียกันรึยังนะ?

 

การสอนวิทยาศาสตร์ให้ชั้นปีสุดท้ายมันไม่ยากหรอกครับ แต่มันเหนื่อยที่ต้องรวมทุกอย่างในเรื่องเดียว ซึ่งนั่นก็ทำให้ผมเพลียมาก ทำไมผมไม่ไปเอาวิตามินที่ฝากไว้กับห้องพยาบาลล่ะ?

 

..กรุ๊งกริ๊งๆ

เสียงกระดิ่งเงินที่เเขวนกับประตูดังขึ้นเมื่อผมก้าวเข้าไปในห้องสว่างจ้าและเย็นฉ่ำจากแอร์

กลิ่นยาที่หนักจมูกลอยเข้าไปอังอยู่ในลมหายใจ ผมเดินเข้าไปข้างในสุดที่กั้นเป็นฉากเล็กๆ ที่เพื่อนรุ่นพี่ของผมนั่งเขียนรายงานอยู่

 

"เอ้า เบน? มีอะไร นั่งก่อนๆ" มาร์ตินทักผมอย่างเจือยิ้มเป็นกันเอง ก่อนจะหมุนเก้าอี้หันมาหา

"มารับวิตามินที่ฝากไว้น่ะ" ผมนั่งลงบนเก้าอี้รอให้มาร์ตินเดินไปเปิดลิ้นชักหยิบขวดแก้วสีน้ำตาลออกมาให้พร้อมกับน้ำในแก้วพลาสติกใสสะอาด

 

"กินเลยก็ดีนะ นายดู เอ่อ...เพลียๆ" เขาพูดพร้อมกับวาดนิ้วลงไปที่ใต้เปลือกตา

อ๋อ..ใช่ เมื่อคืนผมนอนดึกไปหน่อย ผมคิดพลางเปิดเทยาออกมาสองเม็ด ใส่เข้าปากพร้อมกับดื่มน้ำตามลงไป ..ได้พัก ค่อยยังชั่ว :)

 

"โรงเรียนเปลี่ยนไปเยอะเลยนะ ตั้งแต่รุ่นพวกเราจบๆ กันออกไป?" เป็นประโยคบอกเล่าที่เหมือนตั้งคำถามนัยๆ เขาเอนกายพิงพนักเก้าอี้ทำงาน เท้าคางมองเพดานและถอนหายใจเบาๆ

 

"ไม่เปลี่ยนหรอกครับ คนต่างหากที่น่าจะเปลี่ยน" ผมก้มมองน้ำที่ยังเหลือในแก้ว ก่อนจะยกขึ้นมาดื่มจนหมด รุ่นน้องเดี๋ยวนี้มันแสบกันเหลือเกินน่ะสิ เวลาที่คุณไปเจอโรงเรียนเก่า คุณคงเข้าใจแบบเดียวกันนะครับ แต่พูดก็พูดเถอะ พวกเขาฉลาด(แกมโกง)ขึ้นด้วยนี่นะ

 

"น่า...นึกถึงสมัยที่ยังฮอตกันอยู่ที่นี่ งานวาเลนไทน์พรอมที่จะถึงปลายเทอม ผมคงไม่หวังดอกไม้วางบนโต๊ะเหมือนตอนเรียนที่นี่แล้วล่ะ มันถึงเวลาของคนฮอตๆ รุ่นใหม่. หึหึๆ"

 

เราขำกับอดีตสมัยที่ยังฮอตกันจริงๆ จังๆ ซะด้วยนะ ผมน่ะ ป๊อปเพราะเป็นนักบาส สูง ขาว ท็อปทุกวิชา เฉี่ยวเฟี้ยวดุ งุิงิ งุงิ (สาวๆเขียนแบบนี้ให้ผมจริงๆ นะ)

ส่วนพี่มาร์ตินได้ตำแหน่งหนุ่มอบอุ่น แบบว่า ( -ิ. .-ิ v )

น่ะ... นึกออกไหม ผู้ชายตัวเตี้ยล่ำปล้ำง่าย(?) ผมสีทราย ยิ้มตาปิด แก้มยุ้ยๆ แต่งตัวแนวสีอ่อนๆ

ใครมั่งจะไม่หลง แถมแบกกลับบ้านง่ายอีกต่างหาก ^ ^ (นี่ก็ย้ำปมด้อยเขา! - Divapanther)

 

แต่จะว่าไปผมก็ยังสงสัยนะ จบไปจากโรงเรียนนี้ก็นานพอดู ดอกไม้ในล็อกเกอร์ผมจะยังอยู่อีกมั้ย

คือ ทุกๆ อาทิตย์ จะมีดอกกุหลาบอะไรให้ผมเก็บออกจากล็อกเยอะพอสมควร แต่ใต้ดอกกุหลาบพวกนั้นจะมีดอกคามิลเลียสีขาวผูกริบบิ้นสีน้ำเงินวางอยู่ในสุดเสมอ แล้วมาแบบประจำด้วย ทั้งที่ผมไม่เคยได้เห็นคนที่เอามาให้นี่แหละ แอบดูอยู่สองสามครั้งก็ไม่รู้ซะที มันทั้งทำให้ผมรู้สึกวูบๆ แล้วก็รำคาญตัวเองที่จับไม่ได้จนต้องพาลเกรียนใส่รุ่นน้องทุกทีไป

 

ใหนๆ วันนี้เลิกสอนตอนบ่าย ขอไปดูหน่อยแล้วกัน

 

บ่ายนั้นผมเดินลงจากอาคารไปตรงปีกตึกที่ห้องล็อกเกอร์เก่าตั้งอยู่ ผมเดินเข้าไปหาล็อกเกอร์วีไอพีหมายเลข 19 ที่ตอนนี้ถูกเอาชื่อเจ้าของ(ผมเอง) ออกไปแล้ว และเปิดประตูเหล็กที่ฝุ่นจับบางๆ ดู

 

อืม... ฝุ่นยังบางๆ แสดงว่าต้องมีคนเปิดมันออกมาเสมอๆจนกระทั่งปิดเทอม ฝุ่นเลยเกาะแค่น้อยๆ

 

ผมอนุมานในใจและดึงประตูที่ทำเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ออก

 

ยอมรับว่าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นดอกไม้สีขาวผูกริบบิ้นนอนนิ่งอยู่กลางพื้นล็อกเกอร์ กลีบของมันมีขอบสีน้ำตาลน้อยๆ แสดงว่าเพิ่งถูกวางอับๆ แบบนี้ไม่นาน แต่ตกใจกว่านั้นเมื่อเห็นริบบิ้นเล็กๆ สั้นๆ วางอยู่ในตู้ด้วยหลายเส้น แสดงว่าคนที่ให้ผมใส่มันให้ประจำทุกอาทิตย์ เมื่อเหี่ยวก็เก็บกลับไป แต่ไม่ลืมดึงริบบิ้นวางไว้ ... แล้วใครล่ะ ?

 

ผมหยิบดอกไม้บางๆ ออกมาดูอย่างละเอียด ผมชอบดอกไม้สีขาวนะ และยังไม่มีใครเคยให้ผม

ทุกๆ วัน ก็เจอแต่กุหลาบสีชมพูแสบตาตลอด แต่ทำไมต้องคามิลเลีย ผมไม่ใช่ผู้ชายที่จะรู้จักต้นไม้อย่างดีอะไร ผมเดาว่าคงไม่ได้หมายถึงความรักแน่ๆ มันต้องเป็นกุหลาบสิถึงจะถูก

 

ใครกันที่ไม่ได้รักผมแต่ส่งดอกไม้สีที่ผมชอบมาให้ประจำ แล้วรู้ได้ยังไง? แล้วความหมายมันคืออะไร?

 

อย่าเพิ่งหาว่าผมโง่เลยนะ ผมเคยติดโน๊ตถามไปแล้ว แต่มันก็โดนดึงไป..หายจ้อยไม่มีคำตอบ

แต่ยังไงๆ ผมก็คงไม่ใจดำปล่อยดอกไม้ดอกนี้ให้เฉาตายหรอก เอากลับบ้านดีที่สุด :)

 

ใครที่จะส่งมันมาให้ ใครที่ชอบผม? ณ ตอนนี้คงไม่มีแล้วล่ะ รุ่นเดียวกันจบไปหมดแล้ว

ผมวางดอกไม้ไว้ที่คอนโซลหน้า ก่อนจะขับรถออกไปจากโรงเรียน

 

อ่า...วันนี้แวะห้างดีกว่า พอเข้าห้างได้ผมก็ตรงขึ้นไปที่ร้านหนังสือทันที

ไปหาคู่มือเเล็บมาอ่านเพิ่มแล้วเอาไปออกข้อสอบ ฉลาดจริงกู..

 

"พี่คะ เชอร์ล็อคโฮลมส์ชุดนั้นน่ะ เก็บให้ก่อนได้มั้ย เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเอา ^^; "

เสียงคุ้นๆ = * = ผมมองไปที่เคาเตอร์ต้นเสียง

เห็นเด็กผู้หญิงสองคนกำลังยืนดูนิยายอมตะที่เอามาทำรูปเล่มบ็อกซ์เซ็ทใหม่เอี่ยม

เอ่อ...มิลาน? วันนี้เธอโดดเรียนแล็บของฉันมาเดินห้างเรอะ? อารมณ์อยากกวนโมโหของผมพุ่งปรี๊ด

 

ไม่รู้ทำไมนะ เด็กผู้หญิงคนอื่นๆ ออกจะยอมในทุกๆอย่างที่ผมสั่ง แต่ไม่ใช่กับมิลาน

ผมเลยอยากกวนโมโหเขาเป็นพิเศษบ่อยๆ อีกอย่าง ไม่มีใครกล้าเตะรองเท้ามาโดนหัวผม!

 

ใจเย็นๆ วันนี้เขาไม่สบายยยยย... เทวดาเบเนดิกต์ลากเสียงเบาๆ ในใจ

แต่มีหรือที่ไอ้เกรียนเบเนดิกต์ที่เป็น 95% ในชีวิตผมจะฟัง

 

... ซื้อตัดหน้าดีกว่า ... เฮ่ย! ระหว่างที่ผมกำลังคิดเพลิน เพื่อนของยัยเตี้ยก็หันมาทางผมซะงั้น

เอาหนังสือปิดแทบไม่ทัน - -* ไปแล้วใช่มะ? ... งั้นเริ่ม

 

"อ่ะ ขอโทษนะครับ :)" ผมยิ้มเบาๆ ให้พนักงานหญิงร่างตุ้ยนุ้ยที่คิดเงินคู่มือเเล็บผมอยู่

"คะ? 0////0" ได้ผลวุ้ย

"เชอร์ล็อคชุดนั้นผมขอซื้อนะ ^_^" กล้าปฏิเสธคนหล่อมันบาปนะเจ๊.

 

"แต่มีน้องเขามาขอให้เก็บนะคะ รออาทิตย์หน้าดีมั้ย?" อ่า...

"ผมให้สองเท่า เอกสารจองก็ไม่มีนี่ครับ?" ผมเท้าเเขนกับเคาเตอร์ก่อนจะชะโงกหน้าไปใกล้

"อ่ะ..เอ่อ ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ "

สำเร็จ พนง. คนนั้นเอาชุดหนังสือเกรดพรีเมี่ยมลงมาจากชั้นให้ผมจนได้ ขอบคุณครับ.

 

ผมหิ้วถุงหนังสือหนักอึ้งไปขึ้นรถอย่างผู้ชนะ อยากเห็นจริงๆ โดนแกล้งบ้างจะทำยังไง?

 

ระหวา่งที่ผมขับรถออกมาก็เจอกับยัยสองคนนี้กำลังเก็บของเข้ารถพอดี ไม่นะ ไม่ได้ตั้งใจจะมองนะ

 

แต่เพราะผมชนะ เลยอยากเยาะเย้ยเบาๆ xD

Comment

Comment:

Tweet